ผู้สูงอายุ

ภาวะสมองเสื่อม ไม่ใช่โรคเฉพาะโรคใดโรคหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง ส่งผลให้ความสามารถในการคิด จำ และตัดสินใจลดลงอย่างต่อเนื่อง

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนเกิดขึ้นเมื่อส่วนวงแหวนด้านนอก (Annulus Fibrosus) เกิดการฉีกขาดหรือแตก ทำให้ส่วนนุ่มตรงกลาง (Nucleus Pulposus)

การผ่าตัดเข่าถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของผู้สูงอายุ แม้จะเป็นความหวังในการบรรเทาอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหว แต่กระบวนการฟื้นฟูหลังผ่าตัดกลับเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพบว่าหลังจากผ่าเข่าแล้ว การเดินกลับกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ความหวังและความกังวลผสมผสานกันไปในแต่ละก้าวที่ต้องก้าวเดิน เข่าเสื่อม ปัญหาที่กวนใจผู้สูงอายุ โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนในข้อต่อ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรองรับน้ำหนักและช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อผิวกระดูกอ่อนเริ่มสึกหรอและลดลง จะทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกระดูกใต้ผิวข้อ ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวด ข้อฝืด และอาจมีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวได้ เข่าเสื่อมถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่มักจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก หากเราเข้าใจและรู้จักโรคนี้อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้สามารถป้องกันและจัดการกับโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระยะของโรค สามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ทำไมผ่าเข่าแล้วเดินไม่ได้ สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเข่าเดินไม่ได้มีหลายประการ ทั้งความปวดบวม การอักเสบ และความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า กระบวนการฟื้นฟูจึงต้องอาศัยความอดทน ความเข้าใจ และการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี การออกกำลังกายหลังผ่าเข่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ เริ่มจากการฝึกเคลื่อนไหวข้อเข่าในช่วงแรก โดยเริ่มจากการนอนบนเตียงและค่อย ๆ เคลื่อนไหวข้อเข่าอย่างช้า ๆ การเหยียดและงอเข่าแบบเบา ๆ จะช่วยป้องกันข้อติดและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ตัวอย่างการออกกำลังกายที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุหลังผ่าตัดเข่า ประกอบด้วย 1. การยกขาตรง เป็นการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาที่สำคัญ โดยนอนหงายบนเตียง เหยียดขาตรง แล้วค่อย ๆ ยกขาขึ้นประมาณ…

การก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุมักจะมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายประการ และหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยคือ "ข้อเข่าเสื่อม" ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัย 50 ปีขึ้นไป การเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนในข้อต่อทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกระดูกใต้ผิวข้อ ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนในข้อต่อ ซึ่งมักจะพบมากในบริเวณที่ต้องรองรับน้ำหนักมาก เช่น ข้อเข่าและสะโพก กระดูกอ่อนผิวข้อต่อนี้มีหน้าที่สำคัญในการป้องกันและลดการสึกหรอระหว่างการเคลื่อนไหว เมื่อกล้ามเนื้อสูญหายไป จะทำให้กระดูกใต้ผิวขัดสีกันโดยตรง ส่งผลให้เกิดการอักเสบ ปวด เข่าตึง และอาจมีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหว สาเหตุของการเกิดข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ 1. ปัจจัยทางอายุ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระดูกอ่อนจะค่อย ๆ สึกหรอ สูญเสียความยืดหยุ่น และความสามารถในการรองรับแรงกระแทก ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดและเจ็บปวด 2. น้ำหนักเกิน น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะสร้างแรงกดทับบนข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง ยิ่งน้ำหนักมาก ความเสียหายของข้อเข่ายิ่งรวดเร็ว 3. พันธุกรรม บางครอบครัวมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้ง่าย หากพ่อแม่หรือญาติมีประวัติการเป็นโรคนี้ 4. การบาดเจ็บ การบาดเจ็บที่ข้อเข่าในอดีต ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา อาจนำไปสู่การเสื่อมของข้อเข่าในภายหลัง 5. การใช้งานที่หนัก อาชีพที่ต้องใช้แรงหรือเคลื่อนไหวบริเวณเข่าอย่างหนัก เช่น นักกีฬา คนงานก่อสร้าง จะมีความเสี่ยงสูง…

ผู้สูงอายุอาจเผชิญกับปัญหาอ่อนเพลียและไม่มีแรง ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา โรคเรื้อรัง หรือการขาดสารอาหารที่จำเป็น การเลือกทานอาหารที่ดี จะสามารถช่วยเสริมสร้างพลังงานและทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นได้ โภชนาการที่เหมาะสมจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูพลังชีวิตและสุขภาพของผู้สูงอายุ การเลือกอาหารให้ผู้สูงอายุ เมื่อผู้สูงอายุเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการจะช่วยฟื้นฟูพลังงานและสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอาหารที่ควรจะรับประทานเป็นประจำ ดังนี้ 1. อาหารประเภทโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างกล้ามเนื้อ ผู้สูงอายุควรเลือกแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง อาทิ ปลาทะเลโดยเฉพาะปลาแซลมอนที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ไข่ขาว เนื้อไก่ปราศจากไขมัน ถั่วชนิดต่างๆ และโยเกิร์ตที่มีพรีไบโอติกและโพรไบโอติก ซึ่งช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารและเสริมสร้างพลังงานให้ร่างกาย 2. คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ขอแนะนำให้เลือกรับประทานข้าวกล้อง ขนมปังโฮลเกรน ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี มันหวาน และข้าวโอ๊ต ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่และเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย 3. ผักและผลไม้สดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเยี่ยม เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ควรเลือกรับประทานผักใบเขียว เช่น คะน้าและผักขม มะเขือเทศ แครอท ส้ม กีวี สตรอเบอร์รี่ และบรอกโคลี่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี 4. แร่ธาตุมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยให้กระดูกแข็งแรงและช่วยป้องกันภาวะที่เกิดจากการขาดแร่ธาตุได้ สำหรับแร่ธาตุที่แนะนำคือ แคลเซียม…

ความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่ความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสเกิดความดันโลหิตสูงมีหลากหลายประการ บางปัจจัยไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่ก็มีปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้

ภาวะสมองเสื่อมเป็นภาวะที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลายประการ มีทั้งปัจจัยที่สามารถป้องกันได้และป้องกันไม่ได้ หากผู้อ่านทุกท่านทราบถึงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้แล้ว ก็จะสามารถป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้อย่างถูกวิธี

ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ, หลอดเลือดสมอง
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ทางสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย (SHATA) ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลให้กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติดังนี้ โดยแบ่งประเภทรางวัลออกเป็นดังนี้ ในงานนี้เองคุณไอซ์ “ณัฐพัชร์ สรรพธนาพงศ์” ผู้บริหารศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและฟื้นฟูผู้ป่วยวินเนสต์ ได้เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลสถานประกอบการมาตรฐานดีเด่น Excellent Senior Service Award 2024 สาขา : คุณภาพการฟื้นฟู Best Clinical กับคุณอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของทีมงานวินเนสต์ทุกคน และเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพการดูแล และการฟื้นฟู เพื่อยกระดับสังผู้สูงอายุไทยต่อไป

ภาวะสมองเสื่อมส่งผลต่อชีวิตประจำวันในทุกด้าน การเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกัน ทำให้สามารถช่วยลดภาวะพึ่งพิงให้กับครอบครัว ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดี เข้าสู่วัย “เกษียณ” ได้อย่าง “เกษม”

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โครงสร้างประชากรทั่วโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "สังคมผู้สูงอายุ" หรือ "aging society" ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนในสังคม สังคมผู้สูงอายุ (aging society) คือ สังคมผู้สูงอายุ หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด หรือมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 7 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้แบ่งระดับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็น 3 ระดับ ดังนี้ 1. สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society): มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 7 ของประชากรทั้งหมด 2. สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society): มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งหมด 3. การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged Society): มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุส่งผลกระทบต่อหลายด้านของสังคม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เพราะการลดลงของกำลังแรงงาน การเพิ่มขึ้นของภาระทางการคลังในการดูแลผู้สูงอายุ ด้านสังคม เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และด้านสาธารณสุข เพราะความต้องการบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุ สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ดังนี้ 1. อัตราการเกิดที่ลดลง เพราะปัจจุบันค่านิยมในการมีครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป คนรุ่นใหม่ต่างมีแนวโน้มแต่งงานช้าลงและมีลูกน้อยลง ต้องการตั้งตัวให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยมีลูก โดยหลายคนเลือกที่จะไม่มีลูกหรือมีลูกเพียงคนเดียว ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงมากขึ้น ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้คนชะลอการมีลูก 2. การพัฒนาทางการแพทย์ ผู้สูงอายุต่างก็มีอายุยืนยาวมากขึ้น เนื่องด้วยความก้าวหน้าในการรักษาโรคต่างๆวิทยาการทางแพทย์การค้นพบวิธีการรักษาโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น มะเร็ง…

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คือ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คือสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุคอยให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง วัตถุประสงค์หลักของศูนย์เหล่านี้คือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในสังคมปัจจุบัน เนื่องด้วยประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงทำให้ลูกหลานไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้เต็มที่ และผู้สูงอายุบางท่านที่ต้องการการดูแลเฉพาะทางมากขึ้น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพจะมีการให้บริการที่ครอบคลุมทั้งด้านการดูแลสุขภาพ โภชนาการ กิจกรรมนันทนาการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แบ่งเป็นกี่ประเภท ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก โดยแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะดังนี้ 1. ศูนย์ดูแลระยะยาว (Long-term Care) - เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน - มีบริการพักอาศัยแบบเต็มเวลา - มีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง - เน้นการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ - มีกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตหลากหลาย 2. ศูนย์ดูแลแบบไปกลับ (Day Care) - ให้บริการดูแลในช่วงกลางวัน และผู้สูงอายุกลับบ้านในตอนเย็น - เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน - มีกิจกรรมสันทนาการและการฝึกทักษะต่างๆ - ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ดูแลหลักในช่วงกลางวัน - ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของผู้สูงอายุ…

ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ, หลอดเลือดสมอง
ความดันตํ่าเป็นภาวะที่อาจนําไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ มาศึกษาเกี่ยวกับภาวะนี้ว่าอะไรคืออาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษากัน

