ไขข้อสงสัย เส้นเลือดในสมองแตก เกิดจากอะไร พร้อมดูวิธีป้องกัน

หมวดหมู่: หลอดเลือดสมอง

April 7, 2025

Winest Rehabilitation Team

สารบัญ

            ร่างกายของมนุษย์เปรียบเสมือนเครื่องจักรอันซับซ้อนที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีสมองเป็นศูนย์บัญชาการสำคัญที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ทั้งร่างกาย สมองของเรานั้นต้องการออกซิเจนและสารอาหารจำนวนมากเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับผ่านเส้นเลือดที่นำเลือดมาหล่อเลี้ยง เมื่อใดก็ตามที่เส้นเลือดในสมองเกิดความผิดปกติ โดยเฉพาะภาวะ “เส้นเลือดในสมองแตก” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า “เลือดออกในสมอง” ก็จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการทำงานของสมองและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

เส้นเลือดในสมองแตกคืออะไร

            เส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) เป็นภาวะที่มีเลือดออกจากหลอดเลือดภายในสมองหรือบริเวณรอบสมอง ทำให้เลือดรั่วซึมออกมาและสร้างความเสียหายต่อเนื้อสมองโดยรอบ ซึ่งโรคเส้นเลือดสมองแตกเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในประเทศไทย 

พบว่ามีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นประมาณ 250,000 รายต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประมาณ 20-30% ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดเป็นชนิดเลือดออกในสมอง

สาเหตุหลักของเส้นเลือดในสมองแตก

  1. ความดันโลหิตสูง เป็นสาเหตุหลักและสำคัญที่สุดของเส้นเลือดในสมองแตก โดยเฉพาะในกรณีของเลือดออกในเนื้อสมอง (ICH) เมื่อความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน จะทำให้ผนังหลอดเลือดแดงในสมองเสื่อมสภาพและบางลง เกิดการอ่อนแอ และอาจแตกได้ในที่สุด โดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดเล็กที่เปราะบาง
  2. หลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองแตกที่พบบ่อย เช่น โรคหลอดเลือดโป่งพอง ความผิดปกติของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ และความผิดปกติของหลอดเลือดฝอย เป็นต้น
  3. การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาละลายลิ่มเลือด ผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด มีความเสี่ยงที่จะเกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้มากขึ้น เนื่องจากยาเหล่านี้ส่งผลให้เลือดแข็งตัวช้า นอกจากนี้ การใช้ยาละลายลิ่มเลือด ในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในสมองได้เช่นกัน
  4. การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง หรือการได้รับการกระแทกที่ศีรษะอย่างแรง สามารถทำให้เส้นเลือดในสมองฉีกขาดและแตกได้ ในผู้สูงอายุ แม้การบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เช่น การลื่นล้มธรรมดา ก็อาจทำให้เกิดเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอกได้ เนื่องจากสมองของผู้สูงอายุมีการฝ่อลง ทำให้หลอดเลือดที่เชื่อมระหว่างสมองกับเยื่อหุ้มสมองถูกยืดมากขึ้นและเปราะบางขึ้น
  5. เนื้องอกในสมองทั้งชนิดปฐมภูมิ (เกิดขึ้นในสมองเอง) และทุติยภูมิ (แพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่น) อาจทำให้เกิดเลือดออกในสมองได้ นอกจากนี้ การรักษาเนื้องอกด้วยการฉายรังสี อาจทำให้หลอดเลือดในสมองเสื่อมสภาพและแตกได้ในระยะยาว
  6. การใช้สารเสพติดบางชนิด สามารถทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้ เนื่องจากมีสารที่สามารถกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างเฉียบพลันและหลอดเลือดหดตัวรุนแรง นอกจากนี้ สารเสพติดบางชนิดยังอาจทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด ซึ่งทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอและแตกได้ง่าย
  7. ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่น โรคฮีโมฟีเลีย โรคลิวคีเมีย ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือภาวะตับวาย ซึ่งทำให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเลือดออกในสมองได้

อาการของเส้นเลือดในสมองแตก

อาการของเส้นเลือดในสมองแตกสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยทั่วไปแล้ว อาการที่พบบ่อย ได้แก่ปวดศีรษะเฉียบพลัน มีอาการปวดศีรษะที่รุนแรงและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รู้สึกอ่อนแรงหรือมีอาการชาที่แขนขา ซึ่งอาจเป็นอัมพาตครึ่งซีกได้ มีอาการพูดไม่ชัดหรือลำบากในการสื่อสาร และมีอาการมองเห็นภาพซ้อนหรือตาพร่ามัว

วิธีการรักษา

การรักษาเส้นเลือดในสมองแตกต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสียหายต่อสมอง การรักษาโดยทั่วไปจะรวมถึงการควบคุมความดันโลหิตและการใช้ยาเพื่อป้องกันการแตกซ้ำของหลอดเลือด ในกรณีที่เลือดออกมาก อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อป้องกันการกดเบียดก้านสมองและลดความเสียหายต่อสมอง

เส้นเลือดในสมองแตกเป็นภาวะที่ร้ายแรงและต้องการการรักษาทันที การเข้าใจสาเหตุและอาการของภาวะนี้เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและรักษา หากคุณมีอาการที่น่าสงสัย ควรนำตัวส่งแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวสารและบทความ

ประโยชน์ของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่คุณควรต้องรู้..

ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสมตามมาตรฐาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีกิจกรรมและสังคมขนาดเล็กพร้อมสนับสนุนสภาพจิตใจผู้สูงอายุ

วิวเมืองมุมสูง บรรยากาศปกคลุมไปด้วยฝุ่น PM2.5
วิธีป้องกันฝุ่น PM2.5 สำหรับผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุ

ฝุ่น PM 2.5 เป็นอันตรายต่อบุคคลทุกเพศทุกวัย ทุกคนควรหันมาใส่ใจดูแลตนเองให้สัมผัสกับ PM 2.5 ให้น้อยที่สุด เช็คค่าฝุ่น PM 2.5 ทุกวัน สวมแมสทุกครั้งเมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงคอยสังเกตอาการของตนเองและคนใกล้ชิด

รอยหยดน้ำฝนที่กระจกหลังจากฝนตกหนัก
3 วิธีป้องกันผู้สูงอายุลื่นล้มช่วงหน้าฝน

ผู้สูงอายุ, หลอดเลือดสมอง

การหกล้มเป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับผู้สูงอายุและอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและชีวิตได้ แต่การล้มก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดและลดความเสี่ยงให้เกิดน้อยที่สุดได้