3 วิธีช่วยชีวิตผู้สูงอายุ

Winest Rehabilitation Team

สารบัญ

  • หลักการช่วยฟื้นคืนชีพ หรือ CPR ด้วยการกดหน้าอก 
  • การช่วยชีวิตผู้สูงอายุที่อาหารติดคอ 
  • การช่วยชีวิตผู้สูงอายุที่โดนไฟช็อต

หัวข้อบทความ

การช่วยชีวิตสำคัญอย่างไร

ทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนในสังคมที่ต้องอยู่ร่วมกัน เราไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อใดที่เราจะเป็นผู้ประสบเหตุที่ต้องได้รับการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วนและถูกต้อง เช่น การหมดสติ หยุดหายใจ ไฟช็อต เป็นต้น หรือเมื่อใดที่เราต้องกลายเป็นผู้เข้าให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย เนื่องจากทุกวินาทีที่ผ่านไป ล้วนมีค่ามากสำหรับผู้ป่วย

ดังนั้นการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน จึงจำเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้การช่วยชีวิตในเบื้องต้นแก่ผู้ป่วย ทักษะการดูแลนี้สามารถช่วยป้องกันการเจ็บป่วยเพิ่มเติมได้ และยังสามารถช่วยให้ผู้ประสบเหตุนั้นอาการทรงตัวได้ จนกว่าความช่วยเหลือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมาถึง 

หากคนที่อยู่ร่วมกันในสังคมขาดทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เฝ้ารอแต่บุคลากรทางแพทย์ที่ในสถานการณ์จริงอาจเข้าถึงผู้ป่วยได้ช้า อาจทำให้โอกาสรอดชีวิตน้อยลงทุกวินาที ดังนั้นจึงควรสร้างความรู้เข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการปฐมพยาบาล การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับผู้คนในสังคมอย่างทั่วถึงเพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต 

บทความนี้จะเจาะลึกถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุ และให้แนวทางพื้นฐาน 3 วิธี ในการช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน 

ทำไมการช่วยชีวิตจึงสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ ?

ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาสุขภาพที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน จากข้อมูลของ American Heart Association ความเสี่ยงของภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลันจะเพิ่มขึ้นตามอายุ และผู้ที่อายุมากกว่า 75 ปีจะมีความเสี่ยงสูงสุด ผู้สูงอายุมักมีปฏิกิริยาตอบสนองช้าลงและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้อยลง ซึ่งทำให้ช่วยเหลือตัวเองได้ยากในกรณีฉุกเฉิน

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะมีใครสักคนที่สามารถช่วยเหลือพวกเขาในกรณีฉุกเฉิน เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือผู้ดูแล ผู้สูงอายุในบางครอบครัวมักอาศัยอยู่คนเดียว ซึ่งหมายความว่าอาจไม่มีใครช่วยเหลือพวกเขาหากประสบเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุในการเรียนรู้ทักษะการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ 

ตัวบ่งชี้สำคัญของเหตุฉุกเฉินในผู้สูงอายุ

  1. การหมดสติ: หากผู้สูงอายุหมดสติ อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติร้ายแรง ผู้สูงอายุอาจมีอาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์อื่น ๆ 
  2. หายใจลำบาก: หากผู้สูงอายุหายใจลำบาก อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น โรคหอบหืด โรคปอดบวม หรือภาวะหัวใจล้มเหลว 
  3. อาการปวดอย่างรุนแรง: หากผู้สูงอายุมีอาการปวดอย่างรุนแรง อาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสทางร่างกายหรือมีอาการเจ็บปวด 
  4. พฤติกรรมที่ผิดปกติ: หากผู้สูงอายุมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น แสดงอาการสับสนหรือสับสน นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ 

สิ่งสำคัญคือ ผู้เข้าช่วยเหลือต้องรวบรวมสติ และควบคุมอารมณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินของผู้สูงอายุที่ประสบเหตุ การมีสติและการประเมินอาการเบื้องต้นจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิธีปฐมพยาบาลได้ดีที่สุด หากผู้เข้าช่วยเหลือรู้สึกหนักใจ ให้หายใจเข้าลึก ๆ และเตือนตัวเองว่าเราพร้อมที่จะช่วยเหลือ เพราะไม่ว่าการช่วยเหลือในรูปแบบใด ทั้งการโทรแจ้ง 1669 การขอความช่วยเหลือ การทำ CPR ก็ถือว่าเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตแล้ว 

3 วิธีการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเมื่อเจอผู้สูงอายุที่ประสบเหตุเหล่านี้ 

1. การทำ CPR ให้กับผู้สูงอายุที่หมดสติ

ให้ใช้การกดหน้าอกเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการทำ CPR ช่วยให้เลือดและออกซิเจนไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เมื่อทำการกดหน้าอกในผู้สูงอายุ อาจต้องใช้แรงมากกว่าการกดหน้าอกในผู้ที่มีอายุน้อย เนื่องจากผู้สูงอายุมีกระดูกและกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง การ CPR ให้ตามขั้นตอนเหล่านี้: 

  • ตรวจดูว่าผู้สูงอายุนั้นมีสติหรือไม่โดยการวางมือทั้งสองข้างบนไหล่ เขย่าและเรียกดังๆ หากไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ให้โทรแจ้ง 1669 แล้วเริ่มทำ CPR แต่หากรู้สึกตัว หายใจเองได้ให้จับผู้ป่วยนอนตะแคงและรอรถพยาบาลไม่ควร CPR ขณะผู้ป่วยมีสติ 
  • ให้ผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นแข็ง ๆ นั่งคุกเข่าด้างข้างถัดจากหน้าอกของผู้ป่วยและวางฝ่ามือไว้ตรงกลางหน้าอก วางมืออีกข้างไว้บนมือแรกและประสานนิ้วเข้าด้วยกัน  
  • ยืดแขนให้ตรงแล้วกดหน้าอกโดยใช้น้ำหนักตัว กดแรงและเร็วในอัตรา 100 ครั้งต่อนาที กดลึกประมาน 2 นิ้ว ปล่อยหน้าอกให้คืนตัวสุดทุกครั้ง ขณะออกแรงกดระวังอย่าให้มือหลุดจากบริเวณอก เพราะอาจทำให้กดผิดตำแหน่ง 
  • หลังจากกดหน้าอกทุก ๆ 30 ครั้ง ให้ผายปอดช่วยหายใจสองครั้ง แต่หากไม่มีการป้องกันเชื้อโรคก็สามารถกดหน้าอกอย่างเดียวได้โดยไม่ต้องผายปอด 
  • ทำ CPR ต่อไปจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึงหรือผู้ป่วยนั้นเริ่มหายใจได้เอง 
  • เมื่อทำ CPR ครบ 2 นาที ควรหยุดทำและประเมินอาการรู้สึกตัวของผู้ป่วย แต่ไม่ควรหยุดเกิน 10 วินาที หากผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวให้ทำการ CPR ต่อไป และควรสลับตัวเปลี่ยนคนช่วยชีวิตเนื่องจากหากผู้ทำ CPR อ่อนแรงหรือเหนื่อยการช่วยชีวิตจะไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ 
  • หากบริเวณนั้นมีเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ (AED) ให้นำมาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ CPR เสร็จ จากนั้นทำตามคำแนะนำของเครื่อง AED 

2. การช่วยชีวิตผู้สูงอายุที่มีอาหารติดคอ

การสำลัก คือ การอุดตันของทางเดินหายจะทำให้หายใจไม่ได้ สมองของคนเราจะขาดอาการได้ไม่เกิน 4 นาที จึงควรรีบให้ทำการช่วยชีวิตเบื้องต้นดังนี้  

  • ถามผู้ป่วยว่าไอได้ไหม ถ้าไอได้ คุณควรกระตุ้นให้ไอเอาสิ่งที่ติดหลุดออกมา 
  • ถ้าผู้ป่วยไอไม่ได้ ผู้ช่วยชีวิตยืนข้างหลังผู้ป่วยแล้วสอดมือเข้าใต้วงแขน 
  • กำมือข้างที่ถนัดและวางไว้ใต้ชายโครง เหนือสะดือของผู้ป่วย 
  • ใช้มืออีกข้างวางบนมือที่กำแล้วดันเข้าหาตัว ออกแรงกระทุ้งเข้าหาตัวผู้ป่วยเป็นแนวเฉียงขึ้นด้วยความเร็วและแรง
  • ทำเซ็ทละ 5 ครั้ง จนกว่าอาหารจะหลุดออกมาและอาการดีขึ้น  
  • แต่หากผู้ป่วยหมดสติ ให้ทำการกดหน้าอกตามหลักการฟื้นคืนชีพหรือ CPR ตามขั้นตอนข้างต้น 

อ่านเพิ่มเติม > วิธีช่วยผู้สูงอายุสำลักอาหาร

3. การช่วยชีวิตผู้สูงอายุที่โดนไฟฟ้าช็อต

  • สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ตัดกระแสไฟฟ้าทันที หากสามารถทำได้เองอย่างปลอดภัย หากไม่สามารถตัดกระแสไฟฟ้าได้ ควรย้ายผู้ป่วยออกห่างจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า และควรเรียกผู้เชี่ยวชาญในการช่วยตัดไฟ 
  • ห้ามสัมผัสตัวผู้ที่ถูกไฟช็อตด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ให้ใช้วัสดุที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น ถุงมือยาง ผ้าที่แห้ง มาคลุมตัวผู้ที่ถูกไฟช็อตก่อนสัมผัส 
  • หากผู้ป่วยมีรอยไหม้ ควรคลุมแผลด้วยผ้าสะอาดและนำตัวไปพบแพทย์ทันที 
  • หากผู้ป่วยที่หมดสติ จะต้องประเมินเบื้องต้นว่าผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจหรือไม่ หากหยุดหายใจ จะต้องรีบทำการช่วยฟื้นคืนชีพหรือ CPR ทันที และแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์  โทร 1669 

โดยสรุป 

การปฐมพยาบาล 3 วิธีดังกล่าวนี้ จัดเป็นการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานที่ควรเรียนรู้ไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เวลาที่ผ่านไปเพียงเล็กน้อยก็สำคัญอย่างมากต่อชีวิตของผู้ป่วย บางขั้นตอนที่เราสามารถทำได้ก่อนที่แพทย์จะมาถึง เช่น โทร 1669 หรือการกดหน้าอกกู้ชีพ ก็ถือว่ามีส่วนช่วยในการทำให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง 

เอกสารอ้างอิง
- 4 วิธีช่วยเหลือคนถูกไฟฟ้าช็อตอย่างปลอดภัย https://bangpakok3.com/care_blog/view/55
- 3 วิธี CPR กู้ชีวิต 3 ช่วงวัย | พบหมอมหิดล [by Mahidol Channel] https://www.youtube.com/watch?v=UUp3l1KiHgU
- อาหารติดคอ ปฐมพยาบาลอย่างไร? | พบหมอมหิดล [by Mahidol Channel] https://www.youtube.com/watch?v=4SjoRWnhOWU
บทความก่อนหน้า >

ข่าวสารและบทความ

8 วิธีดูแลผู้สูงอายุ ให้สูงวัยสุขภาพดี

ผู้สูงอายุ

หลักการสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุคือชะลอการเสื่อมถอยของร่างกายและจิตใจปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้มากที่สุด การเตรียมความพร้อมผู้ดูแล การเอาใจใส่และทำความเข้าใจผู้สูงอายุ

Blue sky with white clouds
ฮีทสโตก โรคหน้าร้อน ผู้สูงอายุต้องระวัง

ผู้สูงอายุ

ฮีทสโตก (heatstroke) เกิดจากกลไกการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายล้มเหลว ไม่สามารถระบายความร้อนได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นมากจนไม่อาจปรับตัวได้ เสียสมดุลการทำงาน กระทบต่ออวัยวะสำคัญจนถึงแก่ชีวิตได้

ruined building
วิธีป้องกันตนเอง เมื่อเกิดแผ่นดินไหว

ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุควรทำความคุ้นเคยกับทางออกฉุกเฉิน หรือวิธีการป้องกันตนเอง และการรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อป้องกันความเสี่ยงและพร้อมในการแก้ไขสถานการณ์ หากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวจะได้สามารถหนีออกมาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลดความเสี่ยงการสูญเสีย บาดเจ็บ และเสียชีวิต